Last updated: 24 Dec 2025 | 22485 Views |
สแตนเลสเกรด 304 และ 316 เป็นเกรดที่ได้รับความนิยมสูงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ละเกรดมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกันออกไป เช่น ความทนทานต่อการกัดกร่อน กระบวนการผลิต การใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ บทความนี้ Wasuwat จะพาคุณมาทำความรู้จักกับสแตนเลสทั้งสองเกรด
สแตนเลส (Stainless Steel) คือโลหะผสมชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยเหล็กและโครเมียมเป็นหลัก โครเมียมในสแตนเลสช่วยสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ ที่ทนต่อการกัดกร่อนและสนิม ทำให้สแตนเลสมีคุณสมบัติเด่นคือไม่เป็นสนิม มีความทนทานสูง และดูแลรักษาง่าย สแตนเลสจึงเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น การผลิตเครื่องครัว เครื่องมือแพทย์ และงานก่อสร้าง เนื่องจากความแข็งแรงและความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
สแตนเลสมีหลายเกรด เนื่องจากแต่ละเกรดมีองค์ประกอบและคุณสมบัติแตกต่างกันไป เช่น เกรด 304 ที่ทนทานต่อการกัดกร่อน เหมาะกับงานตกแต่งและโครงสร้างทั่วไป และเกรด 316 ที่ทนสารเคมีสูง เหมาะกับอุตสาหกรรมหนัก การเลือกเกรดสแตนเลสที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก เพื่อให้ตรงกับการใช้งานและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เพราะอาจจะส่งผลต่ออายุการใช้งานของชิ้นงาน
ในท้องตลาดมีสแตนเลสจัดจำหน่ายเพื่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งหมด 4 เกรด เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาควรพิจารณาเลือกซื้อสแตนเลสที่เหมาะสม เพื่อการใช้งานที่ทนทานและคุ้มค่า
สแตนเลสเกรด 201 ถือเป็นเกรดที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในกลุ่มออสเทนนิติก สาเหตุหลักมาจากการลดปริมาณนิกเกิล และใช้แมงกานีสเข้ามาทดแทนบางส่วน ส่งผลให้ราคาถูกกว่าเกรด 304 และ 316 อย่างเห็นได้ชัด
คุณสมบัติเด่นของสแตนเลสเกรดนี้คือมีความแข็งแรงเชิงกลสูง ทนต่อแรงดึงและแรงกระแทกได้ดี ผิววัสดุมีความเงางาม ดูสวยงามใกล้เคียงกับเกรด 304 จึงมักถูกนำไปใช้ในงานที่ต้องการความสวยงามแต่มีงบประมาณจำกัด
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญคือความทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิมจะต่ำกว่า โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง หรือมีไอเกลือและสารเคมี ดังนั้นจึงเหมาะกับการใช้งานภายในอาคาร เช่น
เครื่องครัวทั่วไป
เครื่องใช้ไฟฟ้า
งานตกแต่งภายในบ้าน
เฟอร์นิเจอร์หรือชิ้นส่วนที่ไม่สัมผัสอากาศภายนอกโดยตรง
สแตนเลสเกรด 201 เหมาะกับงานที่ไม่เน้นอายุการใช้งานยาวนานมาก แต่ต้องการลดต้นทุนโครงการค่ะ
สแตนเลสเกรด 304 เป็นเกรดมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด และถือเป็น “เกรดอเนกประสงค์” ที่ใช้ได้กับงานหลากหลายประเภท เป็นสแตนเลสในกลุ่มออสเทนนิติกที่มีส่วนผสมของโครเมียมและนิกเกิลในสัดส่วนที่เหมาะสม
จุดเด่นของเกรด 304 คือความทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิมในสภาพแวดล้อมทั่วไป รวมถึงพื้นที่ที่มีความชื้นสูง สามารถขึ้นรูป ดัด โค้ง เชื่อม และขัดผิวได้ง่าย ทำให้เหมาะกับทั้งงานโครงสร้างและงานตกแต่ง
การใช้งานที่พบได้บ่อย ได้แก่
เครื่องครัวคุณภาพสูง
อุปกรณ์ทางการแพทย์
งานสถาปัตยกรรมและงานก่อสร้าง
งานตกแต่งภายใน–ภายนอกอาคาร
ราวบันได ประตู หน้ากากอาคาร (Facade)
ด้วยความสมดุลระหว่างราคา ความทนทาน และความสวยงาม สแตนเลสเกรด 304 จึงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับงานที่ต้องการคุณภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนานในระดับคุ้มค่า
สแตนเลสเกรด 316 คือ สแตนเลสที่พัฒนาต่อยอดจากสแตนเลส 304 โดยเพิ่มส่วนผสมของโมลิบดีนัม (Molybdenum) ซึ่งเป็นธาตุสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อน โดยเฉพาะการกัดกร่อนจากคลอไรด์ เกลือ และสารเคมี
คุณสมบัตินี้ทำให้สแตนเลส 316 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง เช่น พื้นที่ใกล้ทะเล โรงงานอุตสาหกรรมเคมี หรือบริเวณที่ต้องสัมผัสสารเคมีเป็นประจำ
การใช้งานที่เหมาะสม ได้แก่
งานโครงสร้างหรือชิ้นส่วนใกล้ทะเล
อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี
อุปกรณ์ทางการแพทย์
ระบบท่อหรือถังที่สัมผัสสารเคมี
งานสถาปัตยกรรมที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ
แม้ต้นทุนของสแตนเลส 316 จะสูงกว่าเกรด 304 แต่แลกมาด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว
สแตนเลส 316L เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากสแตนเลส 316 โดยลดปริมาณคาร์บอนลง ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาดสูง และงานที่มีการเชื่อมต่อจำนวนมาก
ปริมาณคาร์บอนที่ต่ำช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการกัดกร่อนตามแนวรอยเชื่อม (Intergranular Corrosion) และช่วยรักษาคุณสมบัติของวัสดุในระยะยาว
การใช้งานที่นิยม ได้แก่
อุตสาหกรรมยา
อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
ระบบท่อหรือถังที่ต้องการความสะอาดและปลอดสนิม
สแตนเลสเกรด 316L จึงเหมาะกับงานเฉพาะทางที่ต้องการมาตรฐานสูง ทั้งด้านความทนทานและสุขอนามัย
สแตนเลสเกรด 430 เป็นสแตนเลสในกลุ่มเฟอร์ริติก มีส่วนผสมของโครเมียมในระดับที่ช่วยป้องกันสนิมได้ แต่มีนิกเกิลน้อยหรือไม่มีเลย ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าเกรดในกลุ่มออสเทนนิติก
คุณสมบัติเด่นคือมีความแข็ง ไม่เปราะง่าย และมีความทนทานต่อการกัดกร่อนในระดับปานกลาง แต่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือสารเคมีรุนแรง
เหมาะสำหรับการใช้งาน เช่น
เครื่องครัวทั่วไป
แผงตกแต่งภายใน
อุปกรณ์ที่ไม่สัมผัสน้ำหรืออากาศภายนอกโดยตรง
งานที่เน้นรูปลักษณ์และต้นทุนมากกว่าความทนทานระยะยาว
สแตนเลสเกรด 430 จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงานภายในและงานที่ไม่ต้องการคุณสมบัติพิเศษมากนัก

สแตนเลส 304 เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น เครื่องครัวและอุปกรณ์อาหาร เนื่องจากทนต่อการกัดกร่อนดี ส่วนสแตนเลส 316 ทนต่อความร้อนสูงกว่า และมีส่วนประกอบของโมลิบดีนัมที่ช่วยป้องกันความชื้น จึงใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและทางการแพทย์ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีกรดหรือสารเคมี
Wasuwat รับออกแบบและผลิตสแตนเลสคุณภาพสูงสำหรับงานตกแต่งในโครงการพรีเมียมหลากหลาย โดยสแตนเลสที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ สแตนเลสเกรด 304 และสแตนเลส 316 เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีความทนทานสูง ทั้งต่อการกัดกร่อน สภาพอากาศ และสารเคมี นอกจากนี้ สแตนเลสเกรด 304 และสแตนเลส 316 ยังสามารถขึ้นรูปทรงต่าง ๆ ได้ดี พื้นผิวสวยงาม สีติดทน แม้ใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้โครงการใหญ่ ๆ ที่ต้องการงานตกแต่งสไตล์หรูหราเลือกใช้สแตนเลสของเรา
ทีมช่างของ Wasuwat ดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบตามความต้องการของลูกค้า สั่งผลิตโดยโรงงานที่ได้มาตรฐาน พร้อมตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ รวมถึงบริการจัดส่งและติดตั้งโดยมืออาชีพ ช่วยให้งานสแตนเลสออกมาสมบูรณ์แบบ สวยงาม และยกระดับงานดีไซน์ให้เหนือกว่า
เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านงาน สแตนเลสตกแต่ง ที่พร้อมเปลี่ยนทุกไอเดียของคุณให้กลายเป็นผลงานจริง ไม่ว่าจะเป็น งานภายในหรูหรา หรือ งานภายนอกที่ต้องการความทนทาน ทีมงานของเราดูแลครบ จบในที่เดียว








ตอบ: สแตนเลสเกรด 316 มีคุณสมบัติทนทานต่อกรดและด่างได้ดี ทนต่ออุณหภูมิสูงได้ จึงนิยมนำไปใช้งานในการผลิตเครื่องครัว อุตสาหกรรมอาหาร อุปกรณ์แปรรูปอาหาร และอุปกรณ์ผ่าตัด นอกจากนี้ สแตนเลส 316 ยังไม่ทิ้งสารปนเปื้อนหรือทำปฏิกริยากับอาหาร จึงสามารถนำมาใช้งานกับอาหารได้อย่างปลอดภัย
ตอบ: สำหรับผู้ที่ยังกังวลว่าสแตนเลส 316 นั้นอันตรายหรือไม่ Wasuwat ขอให้ข้อมูลว่าสแตนเลส 316 มีความทนทานต่อความร้อน ความชื้น และสารเคมี จึงยากต่อการปนเปื้อนหรือทำปฏิกริยาจนเกิดสารเคมีอันตราย ถือว่าเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมนำไปใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม
ตอบ: สแตนเลสเกรด 304 สามารถใส่น้ำร้อนได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและทนความร้อนได้ดีแม้อุณหภูมิสูง
ตอบ: สแตนเลสเกรด 316 ทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิมได้ดีมาก เนื่องจากมีส่วนผสมของโมลิบดีนัม ซึ่งช่วยเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น น้ำทะเล พื้นที่ที่มีกรดหรือสารเคมีสูง แต่หากมีการสัมผัสกับคลอไรด์หรือสภาพแวดล้อมที่รุนแรงเป็นเวลานาน ก็มีโอกาสที่สแตนเลสเกรด 316 จะเกิดสนิทขึ้นเล็กน้อย
ตอบ: สแตนเลสเกรด 304 และ 316 มีโครงสร้างพื้นฐานคล้ายกัน แต่เกรด 316 มีการเพิ่มโมลิบดีนัมเข้ามา ทำให้ทนต่อการกัดกร่อนจากเกลือและสารเคมีได้ดีกว่า เหมาะกับพื้นที่ใกล้ทะเลหรือสภาพแวดล้อมรุนแรง ส่วนเกรด 304 เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและมีต้นทุนต่ำกว่า
ตอบ: หากเป็นงานภายนอกทั่วไปที่ไม่ใกล้ทะเลและไม่ได้สัมผัสไอเกลือโดยตรง สามารถใช้สแตนเลส 304 ได้ แต่หากเป็นพื้นที่ชื้นจัด ใกล้ทะเล หรือมีสารเคมีในอากาศ ควรเลือกสแตนเลส 316 เพื่อเพิ่มความทนทานและลดปัญหาสนิมในระยะยาว
ตอบ: สแตนเลสเกรด 304 สามารถใช้งานใกล้ทะเลได้ในระยะสั้นหรือในจุดที่ไม่สัมผัสไอเกลือโดยตรง แต่หากใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว มีโอกาสเกิดสนิมได้ง่ายกว่า จึงแนะนำให้ใช้สแตนเลสเกรด 316 จะเหมาะสมกว่า
ตอบ: สแตนเลสเกรด 316 มีส่วนผสมของโมลิบดีนัม ซึ่งเป็นโลหะที่ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและมีต้นทุนสูง ทำให้ราคาสแตนเลส 316 สูงกว่า 304 แต่ให้ความคุ้มค่าในงานที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน
ตอบ: โดยทั่วไปไม่สามารถแยกสแตนเลส 304 และ 316 ด้วยตาเปล่าได้ เนื่องจากผิววัสดุมีลักษณะคล้ายกัน จำเป็นต้องตรวจสอบจากเอกสารรับรองวัสดุ หรือทดสอบด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง
ตอบ: ทั้งสแตนเลส 304 และ 316 สามารถเชื่อมได้ดี แต่เกรด 316 จะเหมาะกับงานเชื่อมที่ต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมรุนแรงหรือมีสารเคมี ส่วนงานทั่วไปสามารถใช้เกรด 304 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตอบ: สแตนเลส 316L เป็นรุ่นที่ลดปริมาณคาร์บอนลง ทำให้ลดความเสี่ยงการเกิดสนิมบริเวณรอยเชื่อม เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ยา และการแพทย์
ตอบ: หลักการดูแลรักษาคล้ายกัน คือควรทำความสะอาดคราบสกปรกและคราบเกลือออกเป็นประจำ แต่สแตนเลส 304 จะต้องดูแลถี่กว่าสแตนเลส 316 โดยเฉพาะในพื้นที่ชื้นหรือใกล้ทะเล
ตอบ: สามารถใช้ได้หากเป็นงานภายในอาคารหรือสภาพแวดล้อมทั่วไป แต่หากเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการกัดกร่อน การเลือกใช้สแตนเลส 316 จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาวได้มากกว่า
ตอบ: งานฟาซาดหรือโครงสร้างอาคารในเมืองทั่วไปสามารถใช้สแตนเลส 304 ได้อย่างเหมาะสม แต่หากเป็นอาคารระดับพรีเมียม หรืออยู่ใกล้ทะเล ควรเลือกสแตนเลส 316 เพื่อความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนาน
Wasuwat มีบริการออกแบบ ผลิต และติดตั้งสแตนเลสถึงหน้างาน เพื่อตอบโจทย์งานดีไซน์ระดับพรีเมียมและโครงการชั้นนำของประเทศ ทุกชิ้นงานของเราผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของคุณ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนโดยทีมช่างที่มีประสบการณ์กว่า 40 คน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสแตนเลสคุณภาพดีเพื่องานตกแต่งหรือผลิตเฟอร์นิเจอร์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line OA: @wasuwat หรือโทรศัพท์: 094 458 4933 และรับชมผลงานที่ Wasuwat ภาคภูมิใจได้ที่เว็บไซต์: www.wasuwat.co.th